30112010 Michelin Guide #CreamCuisine

8 ธ.ค.

30112010 Michelin Guide #CreamCuisine

16:35

เมื่อวานนี้เฮียไอซ์เดินเข้ามาถามผมว่ารู้จัก Michelin Guide ไหม ผมก็ตอบด้วยความไม่รู้ว่า “ไม่รู้จัก” เฮียไอซ์เลยเดินไปหยิบแฟ้มหนังสือพิมพ์ที่เคยอ่านและเก็บบทความดีๆไว้ แล้วเลือกหนังสือพิมพ์มาให้ผมฉบับหนึ่ง ซึ่งก็เป็นบทความของ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 7 ตุลาคม 2553 เรื่อง “พ่อครัวหัวปาก์ฝรั่ง” ที่กล่าวถึงสิ่งที่คนไทยหวงแหนถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติตนเสมอ  ยกตัวอย่าง มวยไทย ที่กล่าวว่า คนไทยจำนวนหนึ่งรู้สึกหงุดหงิด หากนักมวยไทยพ่ายแพ้นักมวยไทยต่างชาติ และในเวลาอีกไม่นานคนไทยก็จะได้รับรู้ว่ามีคนต่างชาติ ซึ่งมีฝีมือปรุงอาหารไทยในระดับมืออาชีพมาเปิดร้านอาหารไทยในกรุงเทพ

ในบทความนี้เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า “คนไทยจะรู้สึกอย่างไร คำตอบนี้มีความสำคัญต่อความเป็นสากลของคนไทยในอนาคต”

David Thompson ชาวออสเตรเลียวัย 50 ปี ผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมของอาหารไทย และมีร้านอาหารไทยเป็นของตัวเองชื่อร้าน Nahm (น้ำ) ที่ได้รับรางวัล Michelin Guide ระดับสองดาว และเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารไทยในโลกที่ได้รับรางวัลนี้ (อีกร้านหนึ่งชื่อ Kiin Kiinครับ)

หลังจากที่ผมได้อ่านบทความนี้จบ ก็ทำให้อยากรู้ความเป็นมาของเกี่ยวกับรางวัล Michelin Guide มากขึ้น และร้านอาหารทั้ง 2 ร้านนี้มีความเป็นมาอย่างไร วิธีการคิด และการทำอาหารเป็นแบบไหน อาหารมีหน้าตาอย่างไร ก็เลยลองโทรถามรุ่นพี่ที่เรียนVATEL แล้วลองค้นจากอินเตอร์เน็ตดู

จุดเริ่มต้นของ Michelin Guide  เกิดจากบริษัทยางรถยนต์ ที่คิดจะกระตุ้นยอดขายยาง โดยหาวิธีให้คนเดินทางมากขึ้น ก็เลยออกไกด์บุ๊คเล่มเล็กๆ สีแดง(Michelin Red Guide) หรือที่เรียกว่า มิชลิน ไกด์(Michelin Guide) ในปี ค.ศ. 1900 โดยเป็นแผนที่มิชลิน นำมาใช้ในการบอกเส้นทางของสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร  (ต่อมาออกปกเขียว สำหรับ โรงแรม บาร์ ปั๊ม อู่ซ่อมรถ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ) สำหรับนักเดินทาง โดยเริ่มทำครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วก็เริ่มขยายออกไปหลายต่อหลายเมืองในยุโรป ข้ามไปทำถึงอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้กำลังก็เริ่มเข้ามาทำในเอเชียที่เราเห็นก็จะมี ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และก็ประเทศไทยของเรานั่นเอง

Michelin Guide จะส่งคนเข้าไปสำรวจ ชิมและพิจารณาร้านอาหารและสถานที่นั้นๆ ว่าจะให้กี่ดาว โดยจะไม่แจ้งให้เจ้าของสถานที่นั้นทราบล่วงหน้า และก็จะมีการติดตามไปตรวจสอบอีกหลายๆครั้งในรอบปี สำหรับเกณฑ์ที่ให้ก็จะแบ่งเป็น 3 ระดับ

“หนึ่งดาว” หมายถึงภัตตาคารที่ดีมากอย่างสมควรแวะ

“สองดาว” หมายถึงอาหารปรุงยอดเยี่ยมคุ้มกับการเดินทางแวะไป

“สามดาว” ซึ่งเป็นการให้สูงสุดหมายถึง อาหารสุดยอดอย่างเป็นพิเศษและคุ้มกับการเดินทางไปเป็นการเฉพาะ


ประวัติของ David Thompson นั้นเริ่มต้นจากการศึกษาอาหารไทยอย่างจริงจังเป็นเวลานานกับคุณครูสมบัติ จันทร์เพชร ซึ่งคุณแม่ทำงานในห้องเครื่องในวังมาก่อน อีกทั้งยังรวบรวมตำราอาหารไทยจากที่ต่างๆ แล้วมารวบรวมเขียนเป็นหนังสือชื่อ Thai Food ที่ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับตัวเขา หลังจากนั้นก็เขียนหนังสือเกี่ยวกับอาหารไทยอีก 2 เล่มคือ Classic Thai Cuisine และ Thai Street Food ซึ่ง David ก็เปิดร้านอาหารไทยที่ซิดนีย์ ลอนดอน ซึ่งล่าสุดก็มาเปิดร้านอาหารไทย ในประเทศไทยของเราแล้วโดยใช้ชื่อว่า Nahm อยู่ที่โรงแรมเมโทรโพลิเทน

หลังจากที่ได้อ่านบทความและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ David Thompson แล้วรู้สึกว่าถึงแม้ว่า David Thompson จะเป็นคนต่างชาติที่ให้ความสนใจในอาหารไทย โดยอาศัยการเรียนรู้ รวมไปถึงการมีผลงานออกมาเป็นอาหารไทย และตำราอาหารไทยที่เค้าแต่งขึ้น โดยส่วนตัวแล้วผมชอบอยู่ประโยคที่ David Thompson พูด “ผมไม่ได้ปรุงอาหารไทยตามลิ้นคนต่างชาติ เพราะการทำอย่างนั้นเท่ากับว่าเป็นการทำลายอาหารไทยโดยแท้” ซี่งผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าอาหารไทย ถ้าคนต่างชาติมีโอกาสได้ทานก็ต้องรู้สึกหลงใหลเป็นธรรมดา เพราะอาหารเป็นเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ และแฝงไปด้วยวัฒนธรรมอยู่ในตัวของมันเอง ทั้งในรูป รส กลิ่น ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และยังรวมไปถึงวัฒนธรรมต่างๆที่คนรุ่นก่อนได้ถ่ายทอดมาสู่รุ่นปัจจุบัน จนเป็นอาหารที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้จากเด็กสู่ผู้ใหญ่ ผมมองว่าอาหารไทยแม้คนต่างชาติจะมาทำหรือถ่ายทอดสู่ผู้อื่นก็ไม่เป็นไร ถ้าการทำนั้นไม่ได้ผิดหรือแปลกอะไรจากสิ่งที่เราทำกันอยู่ เรายังเห็นเคยไทยที่ต้องไปเรียนทำอาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาลี อาหารจีน หรืออื่นๆ เราก็ต้องย้อนกลับมาคิดว่าอาหารไทยของเราเป็นที่น่าสนใจในสายตาองผู้อื่น และการได้รับรางวัลเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานอาหารไทย ให้คนทั่วโลกรู้จักกันมากขึ้น เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วต้องทานอาหารไทย ต้องสั่งต้มยำกุ้ง ผัดไท หรือผัดกระเพรา ไม่ใช่พวกสปาเก็ตตี้หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นอาหารของต่างชาติ เพราะผมเชื่อว่าพ่อครัว แม่ครัว หรือจะเป็นคนไทยธรรมดาที่ทำอาหารทานเองหรือมีร้านอาหารเล็กๆ ก็ต้องภูมิใจนำเสนอในสิ่งที่เค้าทำซึ่งก็คืออาหารไทย ให้แก่คนทานซึ่งก็คือเราทุกคนรวมไปถึงคนทั่วโลก (ผมเองก็คนหนึ่งนี่แหละ) จะเป็นอะไรที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ปล. นี่ผมเขียนทั้งวันจนลืมทำอย่างอื่นไปเลยเหรอเนี้ย ดูเวลาอีกทีก็ 22:27 ล่ะ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆกับการหาข้อมูลเกี่ยวกับ Michelin Guide  และ David Thompson คนนี้ (สักวันผมจะไปชิมฝีมือนะครับ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: